ปี 2568 กำลังจะผ่านไป เป็นโอกาสดีที่จะได้นั่งทบทวนว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้ทำอะไรบ้าง ปีนี้หากสรุปรวม ๆ คือปีแห่ง “การเรียนรู้”
“เรียนรู้การทำงานท้องถิ่นระดับ อบจ.”
อย่างที่ทราบ พรรคประชาชนชนะ อบจ. เป็นครั้งแรก และเป็น อบจ. หนึ่งเดียวของพรรคที่จังหวัดลำพูน ในฐานะผู้อำนวยการนโยบายท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานอยู่ในระดับเทศบาลตำบล อบต. พื้นที่ใหญ่หน่อยก็ทำงานร่วมกับ ส.ก. บางเขต มารอบนี้ต้องทำงานในระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด ภารกิจมากขึ้น งบฯ มากขึ้น คนมากขึ้น ย่อมมีความซับซ้อน โดยเฉพาะในระบบราชการ การทำงานทำให้เข้าใจข้าราชการมากขึ้น และทักษะที่สำคัญที่ได้เรียนรู้คือ “การผลักดันนโยบายที่หาเสียง สู่การทำจริงในระบบราชการไทย” สิ่งที่จะได้เห็นแน่ ๆ ในเดือนมีนาคมปีหน้าคือ ในเมืองลำพูนจะมีรถเมล์ EV ของ อบจ. วิ่งเพื่อเป็นบริการสาธารณะของประชาชนชาวลำพูนและผู้มาเยือน และยังมีอีกหลายโครงการที่ทีมยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน อบจ.ลำพูน กับทีมนโยบายท้องถิ่นคณะก้าวหน้าร่วมกันผลักดัน ทั้ง “เปย์ลำพูน (ขันโต๊ก)” “อบจ.โปร่งใส” ติดตามได้ที่เพจ อบจ.ลำพูน

“เรียนรู้จากต่างประเทศ”
ปีนี้ผมได้ทุนจากรัฐบาลออสเตรเลียในโครงการ Aus4ASEAN Fellowship Program มาเรียนรู้ในหัวข้อ Digital Trade and Inclusive Digital Economy วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศออสเตรเลียกับผู้นำในสาขาต่าง ๆ ของประเทศในอาเซียน โดยครั้งนี้เป็นธีมเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นการเรียนรู้ทั้งเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลที่ออสเตรเลีย และในระดับอาเซียน เพราะมีทั้งการไปเวิร์กช็อปที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย และกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย แน่นอนว่าอย่างที่ทุกคนรู้คือ ถ้าเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ทุกประเทศแข่งกันเรื่อง A.I. ทั้งการสร้างคน สร้างสตาร์ทอัป สร้างเทคโนโลยี และสร้างนโยบายที่ส่งเสริมการใช้ A.I. และการกำกับดูแล แต่ที่แตกต่างกันคือ การสร้างกลไกหรือระบบนิเวศ เพื่อให้การพัฒนาศักยภาพด้าน A.I. ของแต่ละประเทศเกิดขึ้นได้จริง ที่ออสเตรเลียมีกลไกพัฒนาเชื่อมสตาร์ทอัปกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เงินทุนจากรัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาลท้องถิ่นระดับรัฐ จนถึงรัฐบาลกลาง ส่วนที่มาเลเซียตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลเรื่องนโยบาย A.I. ระดับชาติโดยเฉพาะ มีหน่วยที่ทำ sandbox เพื่อทดลองนวัตกรรมใหม่ ๆ และเชื่อมโยงกับนโยบายที่จะมากำกับดูแล

“เรียนรู้การทำงานร่วมกับทีมงานใหม่ ๆ”
ทีมงานใหม่ ๆ ไม่ใช่เฉพาะกับทีม อบจ.ลำพูน แต่มีอีกหลายทีมที่ช่วยกันทำงานจนสำเร็จ เรื่องแรกที่อยากจะพูดถึงคือ รายงานผลการศึกษาเรื่อง “การบริหารงบประมาณเพื่อการพัฒนาเมือง” ของคณะกรรมาธิการติดตามงบฯ โดยทำงานในรูปแบบคณะทำงาน ซึ่งใช้การทำงานแบบออนไลน์จนมีตัวเล่มรายงานออกมา ถึงแม้ผ่านการเห็นชอบของ กมธ. แล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้นำเสนอในที่ประชุมสภาใหญ่ รายงานอีกเล่มหนึ่งที่ทำร่วมกับทางหอการค้า จ.นครศรีธรรมราช คือ รายงานศึกษาความเหมาะสมระบบขนส่งสาธารณะอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อันนี้ต้องขอบคุณทีมงานของ A21 อาจารย์ประมวล (ที่ตอนนี้เป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคประชาชน) ทีมหอการค้า จ.นครศรีธรรมราช และทีมงานอาสาของพรรคประชาชนใน จ.นครศรีธรรมราช ที่ทำงานแบบไฮบริดจนมีงานชิ้นนี้ออกมาร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนให้ จ.นครศรีธรรมราช มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพในอนาคต และการตั้งกลุ่ม PPLE AI LAB จัดเวิร์กช็อปการใช้ A.I. เพื่องานนโยบายให้กับเพื่อนร่วมทีมส้ม ทำให้ดึงศักยภาพของ A.I. มาใช้ในงานนโยบายและการสื่อสารนโยบาย ช่วยการทำงานของทุกคนได้มากขึ้น ต้องขอบคุณที่งานนี้สำเร็จได้เพราะทีมอาสาที่มาช่วยกันล้วน ๆ


ปี 2569 จะเป็นปีที่สำคัญของการทำงานอีกครั้ง เป็นปีแห่งการเลือกตั้งที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองไทยและพรรคประชาชน ซึ่งก็จะมีความท้าทายใหม่ ๆ ที่ผมเองต้องเจอในปีหน้า สิ่งที่ได้เรียนรู้จากปีนี้คือ อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง ทั้งความรู้และจิตใจ พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และทุกการตัดสินใจมีโอกาสผิดพลาดได้ และต้องแก้ไขปัญหากับทีม และดีใจที่ได้ร่วมงานกับทีมที่ดีในทุกงานของปี 2568 และขอให้ปี 2569 เป็นปีที่ดีของทุกคนครับ