
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 69 ผมได้มีโอกาสไปร่วมพูดคุยในวงเสวนาหัวข้อ “การใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนงานของฝ่ายนิติบัญญัติ การบูรณาการประสบการณ์ ความรู้ และการปฏิบัติงาน” จัดโดยหอสมุดรัฐสภา ณ อาคารรัฐสภา
การเสวนาครั้งนี้มีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนอีก 2 ท่าน คือ ส.ว.วีระพันธ์ และคุณกอบกฤตย์ ซึ่งได้มาแบ่งปันประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับการใช้ AI ทั้งจากมุมมองของผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกรัฐสภา และจากมุมมองของผู้พัฒนา AI
ประเด็นหนึ่งที่เราเห็นตรงกันคือ ในปัจจุบันแทบไม่มีใครไม่ใช้ AI แล้ว แต่คำถามสำคัญคือจะใช้ให้ “เป็น” และเกิดประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งขึ้นอยู่กับทั้งทักษะของผู้ใช้และกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง
เรายังเห็นร่วมกันว่า AI ควรถูกใช้ในฐานะ “เครื่องมือ” แม้สมาชิกรัฐสภาหลายคนอาจใช้ AI ช่วยร่างคำอภิปราย แต่ไม่ควรนำร่างที่ได้มาใช้เป็นบทอภิปรายทั้งหมดโดยไม่ผ่านการพิจารณา ปรับแก้ หรือเติมมุมมองของตนเองลงไป เพราะการอภิปรายในสภายังคงต้องมีความเป็นมนุษย์ มีวิจารณญาณ และมีความรับผิดชอบในฐานะผู้แทนของประชาชน
ในส่วนของผม ได้แลกเปลี่ยนถึงกระบวนการนำ AI มาใช้ในงานนิติบัญญัติว่า ควรเริ่มต้นจากการทำให้ข้อมูลของรัฐสภาเป็นดิจิทัล การวางมาตรฐานข้อมูล และการจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูล หรือ data governance จากนั้นจึงนำ AI เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงาน ทั้งในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

อย่างไรก็ตาม หลักสำคัญที่ต้องยึดไว้คือ human in the loop หรือการให้มนุษย์ยังคงเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย เพราะ AI อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มาก แต่ความรับผิดชอบทางการเมือง จริยธรรม และการตัดสินใจเชิงคุณค่ายังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์
AI จึงไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่งานนิติบัญญัติ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับการทำงานของรัฐสภาให้มีข้อมูลที่ดีขึ้น ทำงานได้รวดเร็วขึ้น เปิดกว้างขึ้น และเชื่อมโยงกับประชาชนได้มากขึ้นครับ