Skip to content
Future Forward Future Forward

ไกลก้อง ไวทยการ

  • Home
  • Profile
  • Download
Future Forward
Future Forward

ไกลก้อง ไวทยการ

  • X
  • Facebook
  • YouTube
  • TikTok

วิกฤตพลังงาน คือบททดสอบการคลังท้องถิ่นในปี 2569

Admin, 05/21/202605/21/2026

ไกลก้อง ไวทยการ
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์คณะก้าวหน้า
https://progressivemovement.in.th/

เวลาพูดถึงวิกฤตพลังงาน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงภาพเดียวกัน คือ ราคาน้ำมันขึ้น ค่าครองชีพแพงขึ้น แล้วประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น แต่มองจากมุมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีผลกระทบมากกว่าที่เห็น

เพราะวิกฤตพลังงานไม่ได้กระทบแค่กระเป๋าเงินของประชาชน แต่กระทบถึงความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการให้บริการสาธารณะ กระทบฐานะทางการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทบความเป็นไปได้ของโครงการต่าง ๆ ในปีงบประมาณ 2569 พร้อมกัน

ถ้าจะพูดให้ชัดขึ้น นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาเรื่อง “ต้นทุนน้ำมัน” แต่เป็นปัญหาเรื่อง “ความสามารถในการบริหารการคลังของท้องถิ่น” ว่าจะยังรักษาบริการพื้นฐานไว้ได้แค่ไหน ในช่วงเวลาที่ต้นทุนสูงขึ้น แต่รายได้ไม่ได้โตตาม

รถพยาบาลใช้น้ำมัน รถเก็บขยะใช้น้ำมัน ระบบขนส่งนักเรียนใช้น้ำมัน เครื่องจักรกลหนักใช้น้ำมัน ระบบสูบน้ำและระบบประปาใช้ไฟฟ้า อาคารราชการ โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานพยาบาลก็ใช้ไฟฟ้าเช่นกัน

ท้องถิ่นไม่ได้แค่ซื้อน้ำมันแพง แต่แบกรับต้นทุนของเมืองไว้ด้วย

เวลาเกิดวิกฤตพลังงาน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ปั๊มน้ำมัน แต่มันไหลผ่านเข้าไปในระบบบริการสาธารณะทั้งหมด

แปลอีกแบบหนึ่งก็คือ เมื่อพลังงานแพงขึ้น ค่าใช้จ่ายของเมืองก็แพงขึ้นตามไปด้วย

และสำหรับ อบจ. ที่มีภารกิจดูแลพื้นที่ขนาดใหญ่ มีทั้งงานโครงสร้างพื้นฐาน งานสาธารณสุข งานการศึกษา งานสิ่งแวดล้อม และบางแห่งยังต้องสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะด้วย ผลกระทบยิ่งไม่ใช่เรื่องเล็ก

ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2569 สิ่งที่ผู้บริหารท้องถิ่นต้องคิดเสมอว่า “งบที่มีอยู่จะพอรักษาบริการพื้นฐานให้ได้มาตรฐานเดิมได้หรือไม่”

ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่แค่รายจ่ายเพิ่ม แต่อยู่ที่รายได้อาจโตไม่ทัน

ความท้าทายของท้องถิ่นในรอบนี้อยู่ที่การถูกบีบจากสองด้านพร้อมกัน

ด้านแรกคือรายจ่ายเพิ่มขึ้นทันที ค่าเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และค่าวัสดุต่าง ๆ ขยับขึ้นเร็วกว่าแผนงบประมาณที่ตั้งไว้เดิม ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นต้องแบกภาระเพิ่มโดยแทบไม่ทันตั้งตัว

อีกด้านหนึ่งคือรายได้ของท้องถิ่นเองก็ไม่ได้มั่นคงนัก เพราะท้องถิ่นจำนวนมากพึ่งพาเงินจัดสรรจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีสรรพสามิต ซึ่งล้วนโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยตรง

ถ้าเศรษฐกิจชะลอ การบริโภคชะลอ หรือรัฐต้องใช้มาตรการลดภาษีบางประเภทเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน รายได้ที่ท้องถิ่นคาดว่าจะได้รับก็อาจโตต่ำกว่าที่ประเมินไว้

จุดนี้สำคัญมาก เพราะหมายความว่า ท้องถิ่นไม่ได้กำลังเผชิญแค่ “ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น” แต่กำลังเสี่ยงกับภาวะ “รายได้ไม่มาตามเป้า” ไปพร้อมกัน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการบริหารงบปี 2569 ด้วยแผนเดิม อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

โครงการพัฒนา อาจกลายเป็นภาระ หากไม่ระวัง

อีกเรื่องที่ต้องมองให้ลึก คือ ในช่วงที่ต้นทุนพลังงานผันผวน โครงการลงทุนจำนวนมากอาจเปลี่ยนสถานะจาก “โครงการพัฒนา” กลายเป็น “ภาระระยะยาว” ได้โดยไม่รู้ตัว

โครงการบางอย่างตั้งต้นมาดี วางเป้าหมายไว้สวย แต่เมื่อคำนวณต้นทุนดำเนินงานจริงกลับพบว่า ต้องใช้ค่าไฟมากขึ้น ต้องใช้ค่าน้ำมันมากขึ้น ต้องใช้ค่าบำรุงรักษามากขึ้นทุกปี และในภาวะที่ต้นทุนผันผวน ยังมีความเสี่ยงที่โครงการจะล่าช้า ผู้รับจ้างขอขยายเวลา หรือแม้แต่ทิ้งงานมากขึ้น เพราะต้นทุนที่ประเมินไว้ตอนยื่นประมูลอาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

ถ้าเป็นช่วงเศรษฐกิจปกติ เรื่องนี้อาจยังพอแบกไหว แต่ในช่วงที่พลังงานแพงและงบตึง โครงการลักษณะนี้สามารถกลายเป็นตัวดูดงบประจำได้ทันที

ผู้บริหารท้องถิ่นจึงต้องกล้าถามคำถามที่ยากแต่จำเป็น คือ โครงการใดควรเดินหน้า โครงการใดควรปรับแบบ โครงการใดควรชะลอไว้ก่อน และโครงการใดต้องออกแบบใหม่เพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้น มีผู้เข้าประมูลน้อย โครงการล่าช้า หรือผู้รับจ้างทิ้งงาน

เพราะการเร่งใช้งบให้ทันปี โดยไม่คิดถึงต้นทุนที่ต้องจ่ายต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า อาจทำให้ท้องถิ่นเสียความคล่องตัวทางการคลังในระยะยาว

ปี 2569 ควรเป็นปีของการปกป้องบริการพื้นฐาน มากกว่าปีของโครงการสวยงาม

ในภาวะแบบนี้ หลักคิดสำคัญของท้องถิ่นควรเปลี่ยนจากการกระจายงบแบบเท่า ๆ กัน ไปสู่การจัดลำดับความสำคัญใหม่อย่างจริงจัง

งบประมาณควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่จำเป็นต่อการบริการประชาชนก่อน

ไม่ว่าจะเป็นงานสาธารณสุข งานแพทย์ฉุกเฉิน ระบบน้ำประปาสะอาด การเก็บขยะ การซ่อมบำรุงพื้นฐาน ไฟส่องสว่างสาธารณะ การเดินทางของนักเรียน และระบบขนส่งสาธารณะที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน และลดต้นทุนชีวิตของคนในพื้นที่

ขณะเดียวกัน โครงการที่เพิ่มต้นทุน แต่ไม่ได้เพิ่มคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน ควรถูกทบทวนอย่างรอบคอบ เพื่อปกป้องความสามารถของท้องถิ่นในการยืนระยะทำงานได้ในภาวะเศรษฐกิจที่ทุกอย่างขึ้นราคา

ถ้าจะช่วยประชาชน ต้องช่วยแบบมุ่งเป้า

อีกแรงกดดันหนึ่งที่ท้องถิ่นจะเจอแน่ ๆ คือ เมื่อพลังงานแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยย่อมคาดหวังให้รัฐเข้ามาช่วย

บาง อบจ. เสนอแนวคิดในการลดภาษีน้ำมันที่ อบจ.จัดเก็บจากหัวจ่ายลิตรละ 4.5 สตางค์ แต่ถ้าเทียบกับราคาดีเซลปัจจุบันที่ประมาณ 50.54 บาทต่อลิตร ส่วนลดนี้คิดเป็นไม่ถึง 0.1% ของราคาหน้าปั๊มเท่านั้น เติม 50 ลิตร จากราคาประมาณ 2,527.00 บาท ลดได้เพียง 2.25 บาท เหลือจ่าย 2,524.75 บาท ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน อบจ. กลับต้องสูญเสียรายได้ที่ควรนำไปใช้ช่วยเรื่องที่มีผลกับชีวิตคนมากกว่า เช่น รถรับส่งนักเรียน การอุดหนุนขนส่งสาธารณะ หรือมาตรการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าสำหรับกลุ่มเปราะบาง

สำหรับท้องถิ่น การออกแบบมาตรการช่วยเหลือจึงควรเป็นแบบมุ่งเป้า เช่น กลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้ให้บริการสาธารณะที่จำเป็น หรือผู้ประกอบการฐานรากที่ได้รับผลกระทบจริง หรื การกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ก็จะเป็นการช่วยพยุงเศรษฐกิจในพื้นที่ให้พอไปได้ เพราะในช่วงที่ทรัพยากรจำกัด ความแม่นยำและตรงเป้าหมายจึงสำคัญ


วิกฤตนี้ควรผลักให้ท้องถิ่นคิดเรื่องพลังงานแบบใหม่

ถ้ามองอีกด้าน วิกฤตพลังงานรอบนี้อาจเป็นโอกาสให้ท้องถิ่นทบทวนตัวเองครั้งใหญ่

ท้องถิ่นคือหน่วยงานที่ต้องจ่ายค่าพลังงานทุกวัน และเป็นหน่วยงานที่เห็นผลกระทบจากต้นทุนพลังงานชัดที่สุด บางเรื่องเริ่มได้จากของใกล้ตัวมาก เช่น เปลี่ยนไฟถนนและไฟอาคารเป็น LED จัดเส้นทางรถราชการใหม่เพื่อลดระยะทาง ติดตั้งระบบควบคุมพลังงานในอาคาร ใช้ปั๊มน้ำอัจฉริยะ ทำโซลาร์บนอาคารสาธารณะ และเก็บข้อมูลการใช้พลังงานรายหน่วยงานอย่างจริงจัง

มาตรการเหล่านี้แต่ช่วยลดรายจ่ายจริง ช่วยให้ท้องถิ่นอยู่กับความผันผวนได้ดีขึ้น และสำคัญที่สุดคือ เป็นการลงทุนเพื่อความยั่งยืน


การกระจายอำนาจที่แท้จริง ต้องทำให้ท้องถิ่นรับมือวิกฤตได้ด้วยตัวเองมากขึ้น

วิกฤตพลังงานยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างอีกอย่างหนึ่ง คือ ท้องถิ่นไทยยังไม่มีอิสระทางการคลังมากพอ เมื่อเกิดความผันผวนระดับประเทศหรือระดับโลก ท้องถิ่นจึงต้องรอส่วนกลางทั้งเรื่องงบ เรื่องมาตรการ และเรื่องทิศทางนโยบาย

แต่ในโลกที่วิกฤตเกิดบ่อยขึ้น ทั้งสงคราม ภัยพิบัติ ภูมิอากาศ โรคระบาด และราคาพลังงานที่ผันผวน การบริหารแบบรวมศูนย์มากเกินไปยิ่งทำให้การตอบสนองช้า และทำให้พื้นที่ที่มีสภาพปัญหาต่างกัน ถูกบังคับให้ใช้คำตอบแบบเดียวกัน

ถ้าเราเชื่อจริงว่าท้องถิ่นควรเป็นกลไกหลักในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน เราก็ต้องยอมรับด้วยว่า ท้องถิ่นควรมีเครื่องมือมากกว่านี้ในการจัดการความเสี่ยงของตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางการคลัง ความสามารถในการออกแบบบริการสาธารณะให้เหมาะกับพื้นที่ หรือการเข้าถึงเครื่องมือด้านพลังงานและเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว

การกระจายอำนาจจึงไม่ใช่แค่เรื่องประชาธิปไตย แต่เป็นเรื่องความสามารถของพื้นที่ในการรับมือวิกฤตด้วย

ปีงบประมาณ 2569 เป็นปีที่ท้องถิ่นต้องเรียนรู้ว่า วิกฤตพลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย วิกฤตนี้แทรกอยู่ในค่าน้ำมันของรถพยาบาล อยู่ในค่าไฟของระบบประปา อยู่ในต้นทุนเก็บขยะ อยู่ในราคาวัสดุก่อสร้าง อยู่ในความเป็นไปได้ของโครงการใหม่ และอยู่ในความสามารถของท้องถิ่นที่จะดูแลประชาชนในวันที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน

โจทย์สำคัญของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในปีนี้ไม่ใช่การใช้งบให้ครบตามแผน แต่คือการใช้งบอย่างมีลำดับความสำคัญ เพื่อรักษาบริการพื้นฐาน รักษาสภาพคล่อง และลดความเปราะบางของท้องถิ่นในระยะยาว

การบริหารในภาวะวิกฤต ไม่ใช่การทำโครงการใหม่ให้มากที่สุดแน่ ๆ แต่คือการทำให้เมืองยังเดินต่อได้ โดยประชาชนยังรู้สึกว่า รัฐท้องถิ่นของเขาไม่ทอดทิ้งเขาในวันที่ต้นทุนของชีวิตสูงขึ้นทุกด้าน วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจไม่ได้จบลงแค่การขึ้นลงของราคาน้ำมัน แต่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบท้องถิ่นให้ทำงานตอบสนองต้นทุนที่สูงขึ้นของประชาชน

Blog งบประมาณท้องถิ่นบริการสาธารณะพลังงาน

Post navigation

Previous post

Related Posts

Blog

Soft Power ไทย

06/01/2025

ในปีที่ผ่านมา คำว่า Soft Power กลายเป็นคำที่ใช้กันมาก ทั้งในวงการเมือง ราชการ ธุรกิจ หลายคนที่ก็ตีความว่า Soft Power นี้หมายถึงเศรษฐกิจที่เอาศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี บวกกับความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวนำ…

Read More
Blog

Khao Lak Tsunami Memorial

05/20/2025

วันนี้เป็นวันครบรอบ 16 ปีเหตุการณ์สึนามิ ถล่มพื้นที่ทะเลอันดามัน และ มหาสมุทรอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 2 แสนคน ในไทยพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมาก คือ บริเวณเขาหลักจังหวัดพังงา จนมีการสร้างพิพิธภัณฑ์นานาชาติ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ความศูนย์เสียนี้ และจัดพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทุกปี…

Read More
Blog

Collaboration Platform กับ Social Lab

05/11/2025

ไกลก้อง ไวทยการ Social Technology Institute วันนี้ (15.08.58) ได้มีโอกาสมาร่วมกระบวนการที่เรียกว่า Social Lab ที่ facilitate โดย มร.อดัม คาเฮน ที่มีประสบการณ์จัดกระบวนการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในประเทศต่าง ๆ มากว่า 20…

Read More

ล่าสุด

  • วิกฤตพลังงาน คือบททดสอบการคลังท้องถิ่นในปี 2569
  • การใช้ AI เพื่อสนับสนุนงานสภา
  • พัฒนาเมือง-ปลดล็อกท้องถิ่นผ่านระบบงบประมาณ
  • การรับมือ “ภัยพิบัติน้ำท่วมหาดใหญ่” ในอนาคต
  • บันทึกรับปี 20+26

Creative Commons License
This work by klaikong.in.th is licensed under a
Creative Commons Attribution 4.0 International License.

©2026 Future Forward | WordPress Theme by SuperbThemes